ขาย ยาสอด ยาทำแท้ง ยาขับเลือด ไซโตเทค ยาขับประจำเดือน ทำแท้ง ru486 cytotec ยาเหน็บ

ขาย ยาสอด ยาทำแท้ง ยาขับเลือด ไซโตเทค ยาขับประจำเดือน ทำแท้ง ru486 cytotec ยาเหน็บ ที่นี่

http://www.clinicsomporn.com

้http://veenaclinic.com

้http://clinicpansak.com

สวัสีดีค่ะตอนนี้หนูท้องได้5เดือนหนูอายุ15ปีหนูโดนพ่อกับแม่บังคับให้ทำแท้งหนูไม่รู้หนูจะทำยังไงดี หนูไม่อยากทำแท้งแต่พ่อกับแม่หนูไม่ยอมเค้าบอกว่าเพื่ออนาคต แต่หนูสงสารเด็กในท้องหนูมากเพราะตอนนี้เค้าก็เริมดิ้นแร้ว หนูไม่รู้จะทำยังไงดีอีกแค่ไม่กี่วันเค้าก็จะพาหนูไปทำแท้ง แล้วหนูก็กลัวมากเพราะไม่ได้ทำกับโรงบาล ใครก็ได้ช่วยหนูทีน๊ค่ะ หนูกลัวบาป และหนูก็สงสารเด็กด้วยค่ะ ช่วยด้วยน๊ค่ะ

เราเพิ่งตัดสินใจทำแท้งไปเมื่อ2วันที่่ผ่านมา ด้วยการซื้อยามาสอดเอง เราท้องได้ประมาน2-3เดือน เรากะแฟนไม่พร้อมจะมีน้องจริงๆ ยิ่งแฟนเราเค้าไม่ได้ทำงานแถมยังติดการพนัน เราได้บอกเค้าว่าเราท้องและยังไม่พร้อมที่จะให้น้องมาเกิด เค้าก็บอกเราแค่ว่า แล้วแต่ คำเดียวที่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัวและหัวใจ สุดท้ายเราก็ตัดสินใจเลือกที่จะไม่ให้เค้าเกิดมาลำบาก สำหรับเราแล้วมันเป็นการตัดสินใจที่แย่มาก
พอถึงเวลาสอดยาเราก็สอดยาตามคำแนะนำ ประมาน3-4ชั่วโมงเราก็ปวดท้องเหมือนปวดฉี่แล้วก็มีน้ำไหลออกมา ตอนแรกเราก็คิดว่าฉี่แต่พอมองลงไปที่ชักโครกมันกลับมีเลือดออกมาด้วย และอีก1ชั่วโมงน้องก็หลุดออกมาเราตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก เรานั่งมองเค้าอยู่ประมานเกือบ10นาทีแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาไม่หยุดเลย เรายังปวดท้องอยู่ แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น มีน้องอีก1คนหลุดออกมา พร้อมกับเลือดอีกกองใหญ่ เราได้ทำลายชีวิตไปถึง2ชีวิต จนถึงตอนนี้น้ำตาเรายังไหลไม่หยุด เราไม่รู้ว่าความรู้สึกมันเปนยังไง มันพูดออกมาไม่หมดพูดออกมาไม่ได้ และเวลาที่เราเอาน้องทั้ง2คนที่เราไม่ให้แม้แต่โอกาสเค้าที่จะมาอยู่กับเราปล่อยเค้าลงชักโครกมันเปนช่วงเวลาสั้นๆในการกดแต่มันเปนช่วงเวลาที่เลวร้ายมากที่สุดสำหรับเรา ตอนนี้เรามาคิดว่าทำไมเราไม่เอาเค้าไปฝังในที่ที่ดีดี เอาเค้าใส่ชักโครกเหมือนยิ่งเปนการตอกย้ำให้เค้าไปอยู่ในทีที่เลวร้ายที่สุด เราควรจะทำยังไงดี เรานั่งพูดกับตัวเองบองกับตัวเองตลอดว่าให้ลูกทั้ง2มาอยู่กับแม่นะ ขอเวลาอีก2ปี แม่ขอให้หนูทั้ง2คนมาอยู่กับแม่อีกนะ แม่จะไม่ขอให้หนูยกโทษให้แม่แต่แม่จะทำสิ่งดีดี ทำความดีเพื่อลูกของแม่

ตอนนี้ดิฉันอายุ 24 ปี เรียนจบแล้ว เพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่ถึงปี พ่อกับแม่ก็วาดหวังจะให้ฉันเรียนต่อ เพื่อมีอนาคตที่ดีกว่านี้แต่สิ่งที่ไม่คาดหวังก็เกิดขึ้นเมื่อประจำเดือนขาดไป6เดือนตอนแรกก็ไม่คิดอะไรเพราะประจำเดือนขาดเป็นปกติอยู่แล้วจนได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลผลปรากฏว่าฉันตั้งครรภ์ได้สิบเอ็ดสัปดาห์แล้วตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเลย ถ้านึกย้อนถึงปัจจัยหลายๆอย่างฉันคิดว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรถ้าฉันจะมีลูกตอนนี้เพราะอายุก็สมควรแล้วมีงานทำแล้วอีกอย่างก็อยู่กับแฟนมาจะ4ปีแล้วด้วยทางพ่อแม่แฟนก็ดีกับฉันมากๆตอนนี้ติดอยู่เรื่องเดียวคือรอวันที่ฉันพร้อมจะบอกพ่อกับแม่ว่า ฉันท้อง ฉันไม่อยากเห็นน้ำตาของพ่อกับแม่อีกนี่คือสิ่งที่กลัวมากๆฉันรุ้ว่าท่านต้องเสียใจมากแน่ๆ แต่ถึงอย่างไรก้อตามจะไม่ยอมเอาลูกออกเด็ดขาดพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อลูกของพ่อกับแม่จะได้แข็งแรงเกิดมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ครบถ้วน……เป็นกำลังใจให้คนที่กำลังมีปัญหาอยู่น่ะค่ะ ตอนนี้ดิฉันก้อยู่ในช่วงทำใจให้กล้าๆเพื่อบอกความจริงกับพ่อแม่ในเร็ววันค่ะ

หลังทำแท้งแล้วจะมีอาการอย่างไรและมีเพศสัมพันธ์ได้หรือไม่

หลังจากใช้ยาทำแท้งแล้ว เมื่อผ่านไป 28 วัน (หรือประมาณ 1 เดือนหลังทำแท้ง) หากไม่มีอาการปวดท้อง หรือเลือดออก จะค่อนข้างปลอดภัยในระยะหนึ่ง แต่หลังจากนั้นก็ต้องไปตรวจ กับสูตินรีแพทย์เพื่อที่จะตรวจภายในดูว่าเป็นอย่างไร 

และงดการมี เพศสัมพันธ์ประมาณหนึ่งเดือนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และในรายที่อยากมีบุตรรายอื่น ๆ หาก อยากมีบุตรต่อก็ควรจะรอให้มีประจำเดือนมาซัก 3 รอบ เพื่อปรับให้ประจำเดือนมาปกติ และให้ผนังเยื่อบุโพรงมดลูกเข้าที่ก่อน เพราะถ้าเกิดเรามีลูกเลยเจ้าตัวน้อย ๆ ที่ปฏิสนธิ 

อาจจะไป เกาะหรือฝังตัวตรงตำแหน่งที่เป็นแผลในโพรงมดลูกที่ยังไม่เข้าที่จากการขูด มดลูกหรือ การแท้งบุตร ก็จะเกิดปัญหารกฝังแน่นที่บริเวณนั้นได้ค่ะ ฉะนั้นเวลาที่เราตั้งครรภ์ก็จะทำให้เกิดเลือดออกหรือว่าเวลาคลอดรกอาจจะไม่ ออกต้องมานั่งล้วงรกหรือตัดมดลูกทิ้งอีก

ta

หลังจากการทำแท้งจะสามารถมีเพศสัมพันธ์อีกทีเมื่อไหร่??

          หลังจากการทำแท้งแล้วควรรอประมาณ 4-7 วันจึงจะสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อีกครั้งเพราะต้องรอให้มดลูกเข้าอู่ ปรับตัวดีเสียก่อน หลังจากใ้ช้ยาทำแท้ง ปากมดลูกอาจจะเปิดออกเล็กน้อย และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการติดเชื้อถ้ามีเพศสัมพันธ์ในระหว่างนี้

          เป็นเรื่องปกติที่จะมีเลือดออกกระปริปกระปรอยถึงประมาณสองสัปดาห์หลังจากทำแท้งด้วยยาแล้ว (บางคนนานกว่านั้น) มีความสัมพันธ์ทางเพศได้ถึงแม้ว่าคุณจะยังมีเลือดออกอยู่ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่ต้องการจะท้องอีกครั้ง คุณจะต้องคุมกำเนิดทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
ถึงแม้ว่าหลังทำแท้งแล้วจะต้องรออีกหลายสัปดาห์กว่าจะมีเมนส์อีกครั้ง แต่คุณอาจจะไข่ตกได้ในช่วงสัปดาห์ที่หนึ่งหรือสองหลังจากทำแท้ง ซึ่งทำให้ตั้งท้องได้ ถ้าคุณไม่ต้องการตั้งท้องอีกหลังจากเพิ่งทำแท้งไปหมาดๆ จะต้องคุมกำเนิดทันที

รวมพลคนทำแท้ง

  1. ออด็าซ
    มีนาคม 24, 2012 ที่ 3:29 PM
    4
    0
    Rate This

     

    เป็นคนหนึ่งที่ท้องตั้งแต่อายุยังน้อย อายุ 18 เองค่ะ ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนกว่าแล้ว ไม่กล้าบอกที่บ้าน ก็เลยบอกแฟนว่าเราท้อง แฟนก็รับผิดชอบ แต่แฟนไม่กล้าบอกที่บ้านเหมือนกัน เพราะยังเรียนทั้งคู่ แต่เราคบกันมานานแล้ว จะ 2 ปีแล้ว ไปที่บ้านแฟนบ่อย ที่บ้านแฟนก็ชอบเราด้วย แล้วเราสนิทกับอาแฟน เราก็เลยบอกเค้าไป พอเราบอกที่บ้านแฟน แฟนเราก็หายเครียด เหลือแต่เราที่เครียดคนเดียว เพราะไม่กล้าบอก !! จน 2 เดือนมานี้ เราซึม ไม่ร่าเริง แม่เราเลยเข้ามาถามเองเลย ว่าท้องใช่ไหม ?? เราก็เลยตอบไปตรงๆ !! ตอนที่บอก เรานึกว่าเราจะโดนด่า แต่ป่าวเลย เค้ากลับพุดว่า ทำไมมีอะไรไม่บอก เก็บไว้คนเดียวทำไม แม่เป็นแม่ไม่ฆ่าลูกตัวเองหรอก เราก็จะร้องไห้เลย แม่ก็บอกว่า เรื่องทำแท้งห้ามคิดไปทำเด็ดขาด แม่เลี้ยงเอง ไม่ต้องคิดมาก เรากลัวแทบตายนึกว่าจะโดนด่า เพราะแม่เป็นคนที่ดุมาก แต่พอเรื่องเป็นแบบนี้ แม่กลับเข้าใจ ก็เลยโชคดีค่ะ ^^ ตอนนี้ก็มีแม่เป็นกำลังใจ และคอยดูแล เพราะยังไม่ได้แต่งงานกับแฟน !! ก็ขอบอกไว้นะค่ะ การทำแท้งเนี่ย คิดแล้วต้องคิดหนักๆเลย ลองเอามือลูบท้องเราสิ แล้วเราจะรู้ว่าในท้องเรานั้นมันเป็นอะไรที่ยากจะอธิบาย !! เค้าเป็นสายเลือดของเรา เด็กเค้าบริสุทธิ์ ! คิดให้ดีก่อนทำนะค่ะ

    ตอบกลับ
    • yuo
      มีนาคม 24, 2012 ที่ 4:38 PM
      3
      0
      Rate This

       

      ขอบคุณค่ะที่แบ่งปัน นี่เป็นอีกตัวอย่างให้กำลังใจน้องๆ อีกหลายๆคนให้กล้าบอกพ่อแม่
      พ่อแม่รักเราดั่งแก้วตาดวงใจ … แม้ว่าจะผิดหวัง พ่อแม่ก็จะเข้ามาโอบอุ้ม
      แม้เค้าจะผิดหวัง จะเสียใจ ก็ตาม ในที่สุดพ่อแม่ก็จะให้อภัย และหลานตัวน้อย ก็จะเป็นที่ชุบชูใจ
      แต่อย่างหนึ่งนะคะ น้อง เท่าที่พี่คุยมา น้องหลายๆคนก็รู้สึกถึงสายสัมพันธ์นี้เช่นเดียวกัน
      และด้วยความรู้สึกนี้แหละที่กลับมาโบยตีเรา
      อยากให้น้องๆ ที่ไม่สามารถเลือกได้เหมือนน้องออดี้ จะไม่ต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดนี้
      ความรู้สึกที่ว่า .. ทำไปได้อย่างไร ???
      แต่อยากให้คิดว่า ในสถานการณ์ของเรา ถ้าเราไม่สามารถเลือกได้อย่างนี้ เราก็ยังคงเป็นคนดีได้
      ทั้งกับครอบครัว สัังคม และ ลูกตัวเล็กๆ ที่จะเกิดในอนาคต
      ให้โอกาสตัวเองใหม่อีกสักครั้ง แล้วไม่ทำพลาด ณ จุดเดิม …

      ตอบกลับ
  2. KELENE
    มีนาคม 1, 2012 ที่ 9:49 PM
    6
    1
    Rate This

     

    เจ้าของไซด์นี้ไม่กลัวบาปบ้างหรอครับ ผมว่าอ่านเผิญๆคุณเป็นคนดี อยากช่วยเหลือก็จิงอยู่ แต่ผมว่าเหมือนคุณต้องการขายยาทำแท้ง คุณจะช่วยให้คนไปทำความผิดซ้ำซ้อนนะครับ

    ตอบกลับ
  3. PUWANAT SRETAVEVUTH
    มกราคม 12, 2012 ที่ 4:29 AM
    0
    0
    Rate This

     

    ตอบกลับ
    • PUWANAT SRETAVEVUTH
      มกราคม 12, 2012 ที่ 4:37 AM
      2
      0
      Rate This

       

      นาที่ 1:00 “ไม่มีพ่อไม่เป็นไร อย่างน้อยแม่ทำผิดครั้งหนึ่งแล้วอ่ะ ผิดพลาดที่ไม่ได้ดูแลตัวเอง แต่แม่ไม่ผิดซ้ำสองโดยการทำแท้งเด็ดขาด จะไม่ทำ”

      ตอบกลับ
  4. LEE
    สิงหาคม 4, 2011 ที่ 4:48 PM
    4
    0
    Rate This

     

    ผู้ที่กำลังคิดจะทำสิ่งที่ผิดๆ ขอให้ได้อ่านบทความนี้แล้วกลับใจนะค่ะ เพราะการทำแท้งถือได้ว่าเป็นการฆ่าคน บาปหนักมากๆเป็นอนันตริยกรรม ซึ่งมันจะวนเวียนไม่จบไม่สิ้น เสมือนการหมุนของเหตุปัจจัยที่ก่อไว้ ซึ่งเจ้ากรรมนายเวรก็จะมาวนเวียน ทำให้ทุกข์ต่างๆโหมเข้ามาแบบไม่หยุด แล้วจะเป็นการสร้างความอาฆาตพยาบาทข้ามภพข้ามชาติ หากทำลายคนอื่น ก็เท่ากับทำร้ายตัวเองนะค่ะ เหมือนตราบาปติดตัวจนวันตาย

    เมื่อเราได้พลาดพลั้งไปแล้ว เราควรต้องอดทนต่อสิ่งกดดันรอบข้าง อีกทั้งคุณพ่อคุณแม่ทั้ง2ฝ่ายก็ต้องเข้าใจในตัวเด็กๆเองด้วย ควรให้คำแนะนำที่ถูกต้อง อย่าแนะในสิ่งผิดๆเพราะไม่เช่นนั้น ท่านก็มีส่วนของผลกรรมนั้นๆเช่นกัน อย่าได้อายต่อสังคมภายนอก ถ้าจะต้องเสียหน้า อาย ก็ควรจะยอมทน ดีกว่ากระทำบาปฆ่าคนซึ่งตกนรกทั้งชีวิต การมีเด็กเพิ่มขึ้นก็ไม่ได้ทำให้เราต้องตายซะหน่อย ควรจะเปลี่ยนความคิด แล้วเลี้ยงลูกของเราให้เป็นอริยชน เลี้ยงเด็กคนนี้ให้เขาได้สร้างคุณประโยชน์ในอนาคต เราต้องสอนเขาและรักเขาให้มากๆ นั่นเท่ากับท่านได้เลี้ยงดู และสร้างคุณประโยชน์ไว้สำหรับคนหมู่มากด้วยนะค่ะ

    กรณีหากยังไม่พร้อมมีลูกจริงๆ ดิฉันมีความคิดเห็นอยากเสนอว่า คือคลอดน้องออกมาแล้วให้มูลนิธิได้เลี้ยงดู แล้วสร้างให้น้องๆเขาเป็นคนดีของสังคม ปลูกฝังเลี้ยงเขาอย่างดี สอนอาชีพหรือสิ่งที่เขาใฝ่ฝันให้เขาได้ทำสำเร็จ ซึ่งที่ต่างประเทศก็มีนะค่ะ อย่างเช่น นักแสดงชาย เรน ซึ่งเป็นนักเต้น นักแสดง (Full House) เขาก็เป็นคนมีจิตใจดี แล้วก็ประสบความสำเร็จในการงานด้วย

    สุดท้ายนี้ดิฉันอยากแนะนำให้ลองคลิกเข้าชมที่เว็บยูทูบนี้ค่ะ เกี่ยวกับเรื่องการทำแท้ง

    http://www.youtube.com/user/AstroNeemo#p/u/22/gsOtRrdCgYo

     

    ขออวยพรให้ทุกสรรพชีวิตได้พบทางสว่าง และได้หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวงเทอญ

    ตอบกลับ
    • PUWANAT SRETAVEVUTH
      มกราคม 12, 2012 ที่ 4:32 AM
      5
      0
      Rate This

       

      เห็นด้วยครับ เว็บมาสชอบแนะนำที่ไปทำแท้ง ไม่ชอบจริงๆ

      ตอบกลับ
  5. คนเป็นแม่ คนเป็นลูก
    พฤศจิกายน 23, 2010 ที่ 3:10 PM
    3
    0
    Rate This

     

    มันคือสถานะที่คนคนนึงไม่มีทางเลือก เลือกไม่ได้ คิดไม่ออก
    แต่ถ้าจะย้อนกลับไปถามตัวเองว่าแล้วคุณเลือกที่จะทำเองหรือไม่ เลือกที่จะคิดเองหรือไม่ เลือกที่จะยอม
    การร่างกฎหมายเรื่องการทำแท้งขึ่นมา แล้วการที่ผู้หญิงคนนึงต้องไปทำแท้ง ผิดทั้งกฎหมาย ศีลธรรม และผิดกับความรู้สึกนี้ไปตลอดชีวิต ใครที่ทำให้ท้องก็น่าจะได้รับโทษและความรู้สึกนั้นๆด้วย เมือคน2คนร่วมกันเสพสุข ร่วมกันสร้างชีวิตหนึ่ง ก็ควรจะร่วมกันรับโทษของความผิดนั้นๆด้วยเช่นกัน เมือจับญ.ทำแท้งได้ก็ควรจะมีกฎหมายเอาผิดถึงคนทำให้ท้องและต้องทำให้แท้ง
    เราเชื่อว่าหากคน2ร่วมกันสู้เพื่อจะสร้างชีวิตน้อยๆออกมา อะไรก็ไม่ยากเกินกว่าความพยายาม
    จะบอกว่าไม่มีกินเหรอ… ข้ออ้าง ถ้าไม่มีกินก็เอาเวลาเสพสุขนั้นๆไปทำมาหากิน ถ้าไม่พร้อมจะมี ก็ต้องป้องกัน

    ตอบกลับ
    • PUWANAT SRETAVEVUTH
      พฤศจิกายน 10, 2011 ที่ 6:28 AM
      0
      0
      Rate This

       

      ชอบมากครับ

      ตอบกลับ
  6. ANONYMOUS
    พฤศจิกายน 22, 2010 ที่ 3:18 AM
    4
    0
    Rate This

     

    ถ้าคุณยังไม่พร้อมจะมีลูกกับผู้ชายคนนี้
    แต่คุณพร้อมที่จะมี sex กับผู้ชายคนนี้
    คุณก็ควรจะพร้อมที่จะป้องกัน
    ถ้าคุณไม่ป้องกัน คุณก็อย่ามี sex มิเช่นนั้นจะจบลงด้วยการใช้ยาทำแท้ง

ประเทศใดบ้างอนุญาตทำแท้งถูกกฎหมาย?

ประเทศใดบ้างอนุญาตให้ใช้ยาทำแท้งถูกกฎหมาย?

หลังจากสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ผ่านกฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงสามารถทำแท้งด้วยการใช้ยาได้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ทำได้เฉพาะในเงื่อนไขที่จำกัดมาก รายงานชิ้นนี้จะพาไปดูว่า ประเทศใดบ้างที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
กฎหมายการทำแท้งฉบับใหม่ของไอร์แลนด์ ระบุว่า ผู้หญิงสามารถทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมายก็ต่อเมื่อแพทย์ 3 คนลงชื่อรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์ ว่าหากปล่อยให้ตั้งครรภ์ต่อไป ผู้หญิงอาจมีอันตรายถึงชีวิต
ในขณะที่ผู้ต่อต้านการทำแท้งในไอร์แลนด์ต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ ผู้สนับสนุนสิทธิการทำแท้งจำนวนมากก็โจมตีกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน โดยกล่าวว่ากฎหมายให้สิทธิผู้หญิงอย่างจำกัดมาก ภายใต้กฎหมายนี้ ผู้หญิงที่ถูกข่มขืนจนตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่ทารกในครรภ์พิการ และผู้หญิงที่ครรภ์เป็นพิษจนมีอันตราย แต่ไม่ถึงชีวิต ก็ยังไม่มีสิทธิทำแท้ง
หากไม่นับนครรัฐเล็กๆ อย่าง วาติกัน มอลตา และอันดอร์รา ไอร์แลนด์เป็นเพียงประเทศเดียวในยุโรปที่ยังจำกัดสิทธิผู้หญิงในการทำแท้งอย่างเคร่งครัด ประเทศในยุโรปส่วนใหญ่อนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งได้เสรีในระยะตั้งครรภ์ไม่เกิน 3 เดือน หากเกิน 3 เดือน ผู้หญิงยังสามารถทำแท้งได้ ถ้าแพทย์เห็นว่าการตั้งครรภ์อาจกระทบต่อสุขภาพทางร่างกาย หรือจิตใจของหญิงเจ้าของครรภ์ รวมถึงเด็กในท้องเสี่ยงจะพิการ หรือผู้หญิงอายุต่ำกว่า 14 ปี
สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ก็ให้สิทธิทำแท้งค่อนข้างเสรี แม้ว่าแต่ละมลรัฐของสหรัฐฯ จะมีข้อจำกัดต่างกันอยู่บ้างสำหรับกรณีท้องแก่
ในทางตรงกันข้าม ประเทศในทวีปแอฟริกาเกือบทั้งหมดยังจำกัดสิทธิการทำแท้งอยู่มาก รายงานของสหประชาชาติเปิดเผยว่า ประเทศในทวีปแอฟริกา 54 ประเทศ มีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้เสรี ได้แก่ ตูนิเซีย แอฟริกาใต้ และเคปเวิร์ด
ประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งส่วนใหญ่ประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ก็จำกัดสิทธิในการทำแท้ง ประเทศที่เป็นข้อยกเว้นคือ กายอานา ซึ่งเคยเป็นอาณานิคมอังกฤษ และมีประชากรกว่าครึ่งนับถือคริสต์นิกายแองกลิกัน
ประเทศในตะวันออกกลางส่วนใหญ่ก็ยังจำกัดสิทธิในการทำแท้งเช่นกัน // แม้แต่ในประเทศมุสลิมที่ร่ำรวยและเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ อย่างกาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผู้หญิงก็ยังมีสิทธิทำแท้งได้เพียงกรณีเดียว คือในกรณีที่การตั้งครรภ์อาจทำให้เสียชีวิตเท่านั้น
อย่างไรก็ดี มีประเทศที่เป็นข้อยกเว้นอยู่บ้าง ตุรกี ซึ่งเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม แต่รัฐไม่ยอมให้หลักศาสนาเข้ามากำหนดกฎหมาย ให้สิทธิผู้หญิงในการทำแท้งเทียบเท่าประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป // นอกจากนี้ ตูนิเซียและบาห์เรนก็ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้ค่อนข้างเสรี
ประเทศมุสลิมในเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน อุซเบกิซสถาน คีร์กีซสถาน และเติร์กเมนิสถาน ก็ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้อย่างเสรีเช่นกัน
หากไม่นับตะวันออกกลาง ทวีปเอเชียนับว่าเป็นทวีปที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งค่อนข้างมาก มี 17 ประเทศที่ให้สิทธิผู้หญิงทำแท้งได้ค่อนข้างเสรี จีน อินเดีย เกาหลีใต้ มองโกเลีย กัมพูชา สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศในเอเชียกลางเกือบทั้งหมดเปิดให้ทำแท้งได้อย่างถูกกฎหมาย
ประเทศในเอเชียที่ยังจำกัดสิทธิทำแท้ง ส่วนใหญ่มักเป็นประเทศเคร่งศาสนา ไม่ว่าศาสนาอิสลาม เช่น บรูไน บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย หรือศาสนาพุทธ เช่น ศรีลังกา ภูฏาน และเมียนมาร์ และศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก เช่น ฟิลิปปินส์
ในประเทศไทย กฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งได้ในกรณีที่การตั้งครรภ์ต่อไปจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้หญิง หรือในกรณีที่ผู้หญิงถูกทำให้ตั้งครรภ์โดยวิธีผิดกฎหมาย เช่น ถูกข่มขืน แต่กฎหมายไทยก็ยังไม่ยอมให้ผู้หญิงทำแท้งในกรณีที่ทารกในครรภ์พิการ หรือในกรณีที่ผู้หญิงไม่พร้อมด้วยวัยวุฒิ และทุนทรัพย์ที่จะมีลูก
ตามข้อมูลของสหประชาชาติ ประเทศพัฒนาแล้วกว่าร้อยละ 82 อนุญาตให้ผู้หญิงทำแท้งด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาเพียง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อนุญาต

ประเทศไอร์แลนด์ลงมติ เสนอผ่านกฎหมายอนุญาตทำแท้งโดยการใช้ยาด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย

ประเทศไอร์แลนด์ลงมติ เสนอผ่านกฎหมายอนุญาตทำแท้งโดยการใช้ยาด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย

เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์-สภาผู้แทนราษฎรของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ลงมติในวันศุกร์ (12)เห็นชอบอนุญาตให้มีการทำแท้งโดยการใช้ยาสอดตัวยา misoprostol เครื่องหมายการค้าคือ cytotec ได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายเป็นครั้งแรก ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดหลังจากที่เกิดการถกเถียงเป็นวงกว้างในสังคมไอร์แลนด์ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และมีความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวแตกแยกออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างรุนแรง

รายงานข่าวระบุว่า ภายหลังการประชุมอย่างมาราธอนต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ที่ประชุมได้ลงมติผ่านร่างกฏหมายอนุญาตการทำแท้งฉบับแรกของประเทศด้วยคะแนนเสียง 127 ต่อ 31 เสียง โดยปรากฏว่า ฝ่ายรัฐบาลได้คะแนนเสียงสนับสนุนบางส่วนจากสมาชิกพรรคฝ่ายค้านจึงส่งผลให้ร่างกฏหมายนี้ผ่านด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย

อย่างไรก็ดี ร่างกฏหมายดังกล่าวมีข้อกำหนดที่อนุญาตเฉพาะการทำแท้งอย่างมีเงื่อนไขเท่านั้น ซึ่งหมายถึงการยินยอมให้มีการทำแท้งเฉพาะในกรณีที่การตั้งครรภ์นั้นอาจส่งผลให้สตรีรายนั้นๆ ตกอยู่ในอันตรายถึงแก่ชีวิต นอกจากนั้น ร่างกฏหมายดังกล่าวยังจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบต่อสภาสูงอีกชั้นหนึ่ง จึงจะมีผลบังคับใช้เป็นกฏหมายโดยสมบูรณ์

การผ่านร่างกฏหมายดังกล่าวมีขึ้นหลังจากการเสียชีวิตเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วของสตรีเชื้อสายอินเดีย วัย 31 ปีรายหนึ่งที่อาศัยในไอร์แลนด์ โดยสตรีรายนี้ได้ร้องขออนุญาตทำแท้งเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากแพทย์ตรวจพบว่าเธอกำลังประสบภาวะแท้งบุตรและเธอต้องการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย แต่คำร้องของเธอถูกปฏิเสธเพราะศาลไอร์แลนด์ลงความเห็นว่าเธอยังไม่ตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง จนกระทั่งเธอเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากอาการเลือดเป็นพิษ

ทั้งนี้ ก่อนหน้าการผ่านร่างกฏหมายอนุญาตการทำแท้งดังกล่าว มีรายงานว่าในแต่ละปี สตรีในไอร์แลนด์จำนวนไม่ต่ำกว่า 6,000 รายจะต้องเดินทางข้ามไปอังกฤษเพื่อทำแท้ง เนื่องจากอังกฤษอนุญาตให้มีการทำแท้งได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย

สังคมต้องการ การทำแท้งแบบปลอดภัย ?

สังคมต้องการ การทำแท้งแบบปลอดภัย ?
พักนี้ข่าวเรื่องการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมจนนำไปสู่การทำแท้งในกลุ่มเยาวชนขึ้นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์แทบจะรายวันเลยทีเดียว ทั้งนี้ หากพิจารณาสถิติในระดับประเทศจะพบว่าเยาวชนอายุ 12-27 ปี ตั้งครรภ์ปีละประมาณ 400,000 กว่าราย เป็นตัวเลขที่สูงเป็นอันสองของโลกและเป็นอันดับหนึ่งของเอเชียเลยทีเดียว

อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจคือในแต่ละวันจะมีเยาวชนมาฝากครรภ์วันละประมาณ 800 ราย แต่มาคลอดเพียงวัน ละ 436 ราย คงไม่ต้องบอกใช่ไหมครับว่าอีกเกือบ 400 รายทำไมถึงไม่คลอด

เยาวชนของเรากว่าครึ่งเลือกที่จะยุติการตั้งครรภ์โดยการใช้ยาสอดทำแท้งจำพวกไซโตเทค (cytotec)และยากินRU486 แล้วก็เป็นที่น่าเศร้าอีกว่า ไทยและพม่าเป็น 2 ประเทศที่เยาวชนมีอัตราการเสียชีวิตจากเอดส์ และการทำแท้งมากที่สุดในอาเซียน ผมจะไม่พูดถึงเพื่อนบ้านแต่จะพูดเฉพาะประเทศไทยที่มีระบบสาธารณสุขที่ทันสมัย จนถึงขนาดที่รัฐบาลเตรียมผลักดันให้เป็น Medical Hub มีสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในการดูแลรักษาสุขภาพให้กับคนไทยทุกคน แต่ทำไมเด็กไทยถึงต้องมาเสียชีวิตจากการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัยกันมากมายขนาดนี้

เอาล่ะ…ผมจะไม่แตะต้องเรื่องทัศนคติใดๆ ที่มีต่อการทำแท้งทั้งสิ้น เรื่องนั้นต้องว่ากันยาวๆ เพราะเป็นความเชื่อและมีความซับซ้อนในเชิงวิธีคิดซึ่งอาจจะได้นำเสนอในโอกาสต่อไป แต่ฉบับนี้ผมจะตรงไปตรงมากับระบบการศึกษาและระบบสาธารณสุขในบ้านเราที่ “ใจแคบ” ต่อเรื่องนี้

ว่ากันที่ระบบการศึกษาก่อนที่ไม่เคยให้ความสำคัญกับเรื่องเพศศึกษา เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องเพศแต่เรื่องสรีระ เรื่องฮอร์โมนซึ่งใช้ไม่ได้กับชีวิตจริงเมื่อเขามีโอกาสอยู่กับแฟนสองต่อสอง เพราะไม่เคยถูกฝึกให้คิดและประเมินได้ว่าเมื่อมีโอกาสอยู่กับแฟนก็เป็นไปได้ว่าเพศสัมพันธ์อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อไม่ได้ถูกฝึกในเรื่องดังกล่าวเด็กๆ จึงไม่ได้เตรียมเรื่องการป้องกัน ทำให้เกิดสถานการณ์เรื่องโรคและเรื่องท้องตามมา พอท้องขึ้นมาเด็กก็ขาดประสบการณ์ในการประเมินอีกว่า ถ้าประจำเดือนขาดไปหลังมีเพศสัมพันธ์ควรสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ไว้ด้วย เด็กบางคนนับระยะปลอดภัยไม่เป็น ไม่รู้ว่าประจำเดือนมาสม่ำเสมอหมายความว่าอย่างไรเพราะไม่เคยถูกสอน ถูกฝึกให้จดบันทึก กว่าจะรู้อายุครรภ์ก็หลายเดือนแล้ว การจัดการก็ยากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้ คงต้อง “กระทุ้ง” กระทรวงศึกษาธิการเจ้าภาพเรื่องการศึกษาในบ้านเราที่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาวิชาการอย่างคณิต วิทย์ ภาษาอังกฤษ จนละเลยที่จะสอน “วิชาชีวิต” ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่เด็กจะเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้

ส่วนระบบสาธารณสุขบ้านเราก็ไม่น้อยหน้า สถานการณ์เรื่องท้องไม่พร้อมของไทยนี่เข้าขั้นวิกฤตนะครับ แต่ดูเหมือนสาธารณสุขบ้านเราเสนอแนวทางเดียวในการแก้ปัญหาคือให้ป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์ แต่ก็อย่างที่เล่าให้ฟังครับว่าเด็กไม่เคยถูกฝึกให้ประเมินการมีเพศสัมพันธ์จึงไม่ได้เตรียมเรื่องป้องกัน พอท้องขึ้นมาแล้วก็แทบจะไม่มีทางเลือกที่ปลอดภัยให้ยุติการตั้งครรภ์ได้ เพราะยายุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัยและองค์การอนามัยโลกอนุญาตให้ใช้อย่าง Mifepristone (RU486) และ Misoprostol นั้น อย.ไทยไม่ขึ้นทะเบียนยาให้ครับ ห้ามนำเข้าด้วย เด็กๆ จึงไปซื้อยาที่ว่านี้ผ่านเว็บไซต์แล้วพอซื้อมาก็ใช้อย่างไม่ถูกวิธีเพราะเว็บไซต์ก็ไม่ได้อธิบายวิธีใช้ เราจึงได้เห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่าเด็กๆ ใช้ยาเหล่านี้จนเกิดอันตรายต่อร่างกายและชีวิต
คำถามสำคัญคือ กว่า 300,000 รายที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมนั้นจะมีสักกี่รายที่อยู่ใน 4 กรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งได้ แล้วถ้าเด็กคนหนึ่งไม่พร้อมที่จะท้อง ไม่พร้อมที่จะเป็นแม่ จำเป็นต้องแบกรับอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะ เกิดมา บนความไม่พร้อมหรือครับ ไหนจะอนาคตของคนที่อุ้มท้องอีก คิดง่ายๆ ครับว่าหากเราต้องเป็นแม่ตอนอายุ 16-17 เราจะทำมาหากินอะไรเลี้ยงลูกดีบนเงื่อนไขที่ว่าเราจบการศึกษาแค่ภาคบังคับหรือเรียนไม่จบอะไรเลย

ขณะนี้ ดูเหมือนว่าหลายฝ่ายกำลังเร่งแก้ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งก็เป็นนิมิตหมายอันดีครับ แต่แนวทางการแก้ปัญหาที่ว่าต้องคำนึงถึง “ผู้ได้รับผลกระทบ” เป็นอันดับแรก เพราะชีวิตคนมีหลายมิติ ซับซ้อน เกินกว่าจะออกมาตรการทางกฎหมาย เอาผิดเด็ก เอาผิดสถานบริการที่ให้บริการและการไม่อนุญาตให้ขึ้นทะเบียนยา เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอยู่นี้ ใหญ่เกินกว่าจะปล่อยให้เด็กๆ ต้องช่วยตัวเอง ไปเลือกใช้บริการที่มีอันตรายต่อสุขภาพและชีวิต อย่างไรก็ตามถ้าใครที่กำลังเผชิญปัญหา หากมีความกังวลเรื่องนี้โทร.ปรึกษา 1663 ได้ครับ สิบโมงเช้าถึงสองทุ่มทุกวัน

เรื่องท้องกับเรื่องเอดส์มักจะมาด้วยกันครับ เพราะหากไม่ได้ป้องกัน ไม่ได้ใช้ถุงยาง ก็มีโอกาสตั้งครรภ์และมีโอกาสติดเชื้อเอชไวอีได้ ผมขอจบด้วยว่า ขอให้ทุกคนสุขและมีความปลอดภัยจากเพศสัมพันธ์ของคุณครับ

เห็นด้วยหรือไม่ สธ.เสนอ ใช้ยาทำแท้ง แก้ปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยเรียน

เห็นด้วยหรือไม่ สธ.เสนอ ใช้ยาทำแท้ง แก้ปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยเรียน

นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติว่า กลยุทธ์ในการแก้ปัญหาการท้องไม่พร้อมจะเน้นใน 3 เรื่องหลัก คือ

1.การให้ความรู้และการศึกษาที่ต่อเนื่องแก่เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันการท้องไม่พร้อม โดยใช้ยาขับประจำเดือนในการทำแท้ง
2.การใช้โซเชียลมีเดีย เป็นสื่อกลางในการช่วยให้เยาวชนเข้าถึงแนวทางการป้องกัน
3.สถานที่ให้บริการแก่เยาวชน อาจจะต้องมีการพัฒนาให้อยู่นอกโรงพยาบาล เป็นคลินิกต่างๆ

โดยให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น และรีแบนด์ หรือเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็นคลินิกสุขภาพวัยรุ่น เพราะหากใช้คลินิกอนามัยเจริญพันธุ์อาจทำให้เด็กเยาวชนไม่กล้าเข้ามาใช้บริการ ในส่วนของงบประมาณที่จะใช้ในการดำเนินการน่าจะมีจาก 2 ส่วน

แต่จากการมีการเปิดทางในการทำแท้งแบบนี้โดยการใช้ยาสอดไซโตเทคและru486 ทำให้เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์หลายอย่างว่าจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนละเลย หรือเห็นการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ไม่สำคัญอีกต่อไป จะเป็นปัญหาสังคมต่อไปอีกหรือไม่ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการพิจารณากันอีกที

ส่วนอีกเหตุการณ์ เกิดขึ้นที่ จ.ปทุมธานี เวลา 12.30 น. เมื่อวานนี้ เป็นแม่อายุ 18 ปี ยังเป็นนักศึกษาแท้งลูกอยู่ในห้องน้ำ ที่หอพักในหมู่บ้านเมืองเอก ลูกเสียชีวิต แม่รอด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาช่วยเหลือแม่และนำส่งโรงพยาบาล จากการสอบถามแฟนหนุ่ม บอกว่า หญิงสาวท้องได้ 5 เดือนแล้ว